ชมรมยิงปืนรณยุทธภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


News && Event !!


ขอเชิญนักกีฬาลูกซองรณยุทธเข้าร่วมการแข่งขัน "SPSC Shotgun Championship 2013 (Level II)" วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2556 ณ สนามยิงปืนนวมินทราชินี จ.ชลบุรี
รายละเอียดเพิ่มเติม

ปืนกลมือ - ทศวรรษที่ 1920 ถึงทศวรรษที่ 1950

 

ปืนกลมือเอ็มพี40 ยืดพานท้าย

ปืนกลมือ แบบ ๑๐๐

ปืนกลมือ เอ็ม3

 

ในปีระหว่างสงคราม ปืนกลมือกลายมาเป็นที่โด่งดังในหมุ่เหล่าอาชญากร อย่าง เจมส์ แคกนี่ที่มักใช้ปืนกลมือทอมป์สันแบบแมกกาซีนกลม ทำให้ทางทหารหลีกเลี่ยงการใช้ปืนนี้ มันยังถูกใช้โดยตำรวจ แต่อาชญากรหลายคนชอบใช้เอ็ม1918 บราวน์นิ่งออโตเมติกไรเฟิล ถึงกระนั้นปืนกลมือก็เป็นที่ชื่นชอบในทางทหารมากมาย ด้วยการที่หลายประเทศเริ่มออกแบบของพวกเขา โดยเฉพาะในทศวรรษที่ 1930
ในสหภาพโซเวียต พีพีดี-40 และ พีพีดี34/38 ได้ถูกพัฒนาขึ้น ในฝรั่งเศส เอ็มเอเอสได้ถูกพันาให้เป็น เอ็มเอเอส-38 ในเยอรมนีได้มีการพัฒนาบางส่วนของเอ็มพี18 ชื่อว่าเอ็มพี28/2 และเอ็มพี34 นอกจากนั้น นาซีเยอรมันได้ปรับแต่งเอ็มพี38 มันไม่ใช้ไม้และมีพานท้ายแบบโลหะที่พับได้ อิตาลีได้พัฒนาไปไกลกว่านั้น ด้วยจำนวนของการออกแบบที่มาก ด้วยการมีราคาที่ต่ำ คุณภาพหรือน้ำหนัก
ในช่วงการบุกโปแลนด์ของนาซีเยอรมันในปีพ.ศ. 2482 การผลิตเอ็มพี38 เพิ่งเริ่มขึ้นและมีแค่ไม่กี่พันกระบอกที่เข้าประจำการ แต่มันพิสูจน์ถึงการใช้อย่างแพร่หลายในเมือง จากนั้น รุ่นที่ปลอดภัยกว่าและถูกกว่าได้กำเนิดขึ้น เอ็มพี40 มีเอ็มพี40 เป็นล้านกระบอกถูกผลิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 การออกแบบของเอ็มพี40 นั้นใช้เหล็กแบบอะลูมิเนียม แต่มันก็มีน้ำหนักเบาแม้ว่าจะไม่ทนทาน เนื่องมาจากมันลดชิ้นส่วนที่หนักของเอ็มพี38
อังกฤษได้พัฒนาปืนกลมือแลนเชสเตอร์ มีพื้นฐานมาจากเอ็มพี28/2 แต่เนื่องด้วยอัตราการผลิตที่ต่ำและราคาที่แพงทำให้นำไปสู่การสร้างปืนที่ง่ายกว่า, ถูกกว่าและรวดเร็วกวาส ปืนกลมือสเตน ปืนสเตนนั้นถูกมากในช่วงจบของสงครามโลกครั้งที่ 2 นาซีเยอรมันเริ่มผลิตรุ่นเลียนแบบของพวกเขาเอง อังกฤษยังใช้เอ็ม1928 ทอมป์สัน และรวมทั้งเอ็ม1 ที่พัฒนาแล้วอีกมากมาย หลังจากสงคราม สเตนถูกแทนที่ด้วยปืนกลมือสเตอร์ลิ่ง
อเมริกาและพันธมิตรได้ใช้ปืนกลมือทอมป์สัน โดยเฉพาะเอ็ม1ซึ่งไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้กับแมกกาซีนแบบกลม เนื่องจากทอมป์สันยังมีราคาแพงในการผลิต ปืนกลมือ เอ็ม3 จึงถูกสร้างขึ้นมาในปีพ.ศ. 2485 ตามมาด้วยการพัฒนาเอ็ม3เอ1ในปีพ.ศ. 2484 เอ็ม3นั้นไม่ได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเลย แต่มันถูกสร้างขึ้นด้วยเหล็กราคาถูก ทำให้มันสามารถสร้างได้มากกว่า มันสามารถยิงได้กระสุนแบบ.45 เอพีซี ซึ่งทอมป์สันและปืนพกโคลท์ เอ็ม1911ใช้ยิง หรือประสุนแบบ 9 ม.ม.ลูเกอร์ ถูกใช้อย่างแพร่หลายโดยฝ่ายพันธมิตรและฝ่ายอักษะ มันเป็นหนึ่งในปืนกลมือที่ประจำการยาวนานที่สุดในสงคราม ถูกผลิตจนถึงทศวรรษที่ 1960 และประจำการอยู่ในกองทัพของสหรัฐฯจนถึงทศวรรษที่ 1980
ฟินแลนด์ได้พัฒนาปืนกลมือ เอ็ม/31 ก่อนจะถึงสงครามฤดูหนาว ซึ่งมันถูกใช้มากมาย อาวุธนี้ใช้กระสุนแบบ 9 ม.ม.พาราเบลลัม ตั้งแต่แมกกาซีนแบบกลมด้วยความจุ 70 นัด (แม้ว่าบ่อยครั้งที่จะใช้จุมากถึง 74 นัด) แม้ว่าอเมริกาจะใช้แมกกาซีนแบบแท่งกับทอมป์สัน และชาวรัซเซียขนแมกกาซีนแบบกลมไม่มากนัก (ปกติมักจะแค่หนึ่ง และที่เหลือก็จะเป็นแบบแท่ง) ปืนกลมือของฟินแลนด์มักใช้แมกกาซีนแบบกลมมากกว่า และมีโอกาสขัดลำกล้องน้อยกว่าแบบแท่ง อาวุธนี้ถูกใช้จนกระทั่งจบสงครามแลปแลนด์ และในช่วงสงครามสงบในทศวรรษที่ 1990
เมื่อจบสงครามโลกครั้งที่ 2 สหภาพโซเวียตได้เก็บปืนกลมือไว้มากมาย อย่างพีพีเอสเอช-41 ซึ่งทหารราบทั้งกองพันสามารถอาจแทบไม่มีอาวุธชนิดอื่นเลย กองทหารของเยอรมันได้ตั้งกองทหารที่รับผิดชอบเรื่องปืนกลมือ การค้นพบเริ่มขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งอัตราการยิงที่สูงเป็นประสิทธิภาพที่ดี แต่เพราะว่าความแม่นยำที่น้อย มันจึงส่งผลให้เกิดการพัฒนาปืนเล็กยาวจู่โจมขึ้นมา

ที่มา : จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี